ฮีโร่ทั้งหมด · วิธีเล่น · เกี่ยวกับ
ไอคอนฮีโร่ Sephera

Sephera

สายน้ำ คือแหล่งกำเนิดของทุกสรรพชีวิต

Sephera เป็นฮีโร่สายจอมเวท / ผู้ช่วย ที่มักเล่นใน Mid Lane / Roam โจมตีระยะไกล ใช้มานาเป็นทรัพยากร เปิดตัวใน Arena of Valor ปี 2018 มี 4 สกิล และสกิน 3 แบบ

ทั้งไอคอนสกิลและภาพสกินของ Sephera ถูกใช้เป็นโจทย์ในโหมด Skill และ Skin ของ Rovdle — หน้านี้รวมข้อมูลไว้ให้ทบทวนก่อนทาย

ลองทายฮีโร่ประจำวัน

ข้อมูลฮีโร่

บทบาท (Role)จอมเวท (Mage), ผู้ช่วย (Support)
เลนที่เล่นMid Lane, Roam
ระยะโจมตีระยะไกล (Ranged)
ทรัพยากรมานา
ราคา
ปีที่เปิดตัว2018
เพศหญิง
เผ่าพันธุ์อสูร
กลุ่ม

สกิลของ Sephera

สกิล Living Water

Living Water

เมื่อใช้สกิล Sephera จะสร้าง ความเสียหายเวท 35 (+15% AP) แกฮีโร่ศัตรูที่ HP ที่น้อยที่สุดในระยะ พร้อมกับฟื้นฟู50 (+10% AP) แกฮีโร่พันธมิตรในระยะที่ HP น้อยที่สุด

สกิล Water Spirits

Water Spirits

Sephera ปล่อยวิญญาณน้ําออกไปโจมตี 3 เป้าหมาย (เลือกโจมตีฮีโร่ก่อนเสมอ) สร้างความเสียหายเวท 300 (+35% AP) พร้อมกับทําให้วิ่งช้าลง 50% เป็นเวลา 1 วิ หลังจากใช้สกิลนี้ การโจมตีปกติครั้งต่อไปของ Sephera จะสร้างโบนัส ความเสียหายเวท 250 (+27% AP) และลดคูลดาวนทุกสกิลลง 1 วิ

สกิล Wall of Water

Wall of Water

Sephera เพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ 50% เป็นเวลาสั้นๆ หลังจากนั้น 1,5วิ จะสร้างกําแพงน้ําขึ้นรอบตัว สร้าง ความเสียหายเวท 300 (+40% AP) พร้อมกับสตัน 0.75 วิ แกศัตรูที่อยู่ขอบกําแพงน้ํา

สกิล Tide of Life

Tide of Life

Sephera สร้างพายุนวนขึ้นมารอบตัว ฟื้นฟู HP 500 (+75% AP) แก่พันธมิตรในระยะ นอกจากนั้นยังสร้างความเสียหายเวท 600 (+90% AP) แก่ศัตรที่อยู่ในน้ําวน (ระหว่างใช้สกิลนี้ Sephera จะไม่ตกเป็นเป้าหมายโจมตี)

สกิน (3)

เนื้อเรื่อง

สายน้ำ คือแหล่งกำเนิดของทุกสรรพชีวิต สายน้ำจากแม่น้ำ Losarth นั้น ไหลเวียนห้อมล้อมเมือง Carano เปรียบดั่งริบบิ้นสีน้ำเงินที่สวยงาม มอบชีวิตให้แก่ชาวบ้านแถบชานเมือง กลางแม่น้ำนั้น มีรูปปั้นของจอมเวทในตำนาน Sephera ตั้งตระหง่าอยู่ เธอผู้นี้คือผู้ก็ตั้งสภาเวทมนต์ และยังเป็นผู้เดียวที่สร้างปาฎิหาริย์แห่ง Losarth อีกด้วย จุดเริ่มต้นในเส้นทางสายเวทมนต์ของเธอนั้นเริ่มต้นจากนักเวทผู้ติดตามผู้หนึ่งของครอบครัวเธอ บรรดาขุนนางทั้งหลายนั้นมักจะมีนักเวทติดตามอยู่เสมอ โดยพวกเขาจะสนับสนุนทรัพยาการณ์และเงินแก่เหล่าจอมเวทเพื่อแลกกับการที่เหล่าจอมเวทจะต้องช่วยปกป้องพวกเขาและดินแดนในครอบครอง ประโยชน์ของพวกเขาไม่เพียงแต่สามารถจัดการกับปัญหาที่ต้องพลังเหนือธรรมชาติหรือเวทมนต์จัดการเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาเป็นตัวสะท้อนถึงความทรงอำนาจและศักดิ์ศรีของตระกูลนั้นๆอีกด้วย เด็กคนไหนที่แสดงให้เห็นว่ามีความสามารถทางเวทมนต์จะถูกส่งให้เรียนกับจอมเวท และเมื่อพวกเขาจบการศึกษา พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ปกป้องตระกูลคนใหม่ ซึ่งในบรรดาเด็กเหล่านี้ หนึ่งในนั้นคือ Sephera เธอเข้าใจถึงแก่นของวิชาได้ตั้งแต่อายุยังน้อยมาก ภายในเวลาไม่นานก็รอบรู้ยิ่งกว่าผู้สอนของเธอเสียอีก และ Sephera ก็ได้เข้าร่วมกับวิหารในเวลาต่อมา ซึ่งหน้าที่ของการเป็นทั้งนักเวทฝึกหัดกับผู้ฝักใฝ่ศรัทธานั้นดูจะสวนทางกันซักหน่อย Sephera อยู่ตรงกลางระหว่างไม้เท้าเวทมนต์ในมือและคำสอนของวิหารในหัว หน้าที่ที่เธอแบกรับทั้ง 2 อย่างนั้นขัดแย้งกันเนื่องจากบรรดาขุนนางไม่พอใจที่นักเวทที่ทำหน้าที่รับใช้ตนต้องแบ่งเวลาเพื่อไปรับใช้ศาสนา ในท้ายที่สุด สมดุลระหว่าง 2 ฝ่ายก็ถูกทำลายลงเมื่อเหล่าผู้ใช้เวทมนต์ได้รับอนุญาติให้ทำการทดลองที่ไร้มนุษยธรรมเพื่อเรียนรู้วิชา ซึ่งเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ศาสนจักรใช้เสียงจากประชาชนส่วนใหญ่ให้ต่อต้านการใช้มนต์ดำ และนำมาซึ่งสงคราม ทำให้ Sephera ต้องเข้าร่วมสงครามต่อต้านมนต์ดำครั้งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกับพันธมิตรของเธอ Dirak และ Dolsey ในขณะที่สงครามโหมกระหน่ำ บรรดาขุนนางเก่าติดหล่มอยู่ในสงครามเนื่องจากพวกเขามีพันธะสัญญากับเหล่าผู้วิเศษ ตระกูลเล็กๆเริ่มออกมาและพยายามตักตวงผลประโยชน์จากสงคราม ในที่สุด Sephera เริ่มรู้สึกตระหนักถึงผลร้าย และต้องการเป็นเสียงแห่งเหตุผลแก่ทั้ง 2 ฝ่าย ทว่า Dolsey เพื่อนของเธอ กลับกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งไปซะแล้ว เพื่อช่วย Dolsey และผู้บริสุทธิ์ รวมถึงหยุดความบ้าคลั่งของสงครามนี้ Sephera ได้พยายามที่จะขอความช่วยเหลือจาก The Temple แต่กลับกลายเป็นว่า พวกเขากำลังรอผลประโยชน์จากสงครามครั้งนี้ หากสามารถจัดการพวกขุนนางและนักเวทออกไปได้ ทำไมแสงสว่างที่ฉันเชื่อ กลับผลักไสฉันเข้าสู่เงามืด? Sephera ได้ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอเริ่มที่จะเข้าใจแล้วว่าทำไม Dirak และ Dolsey จึงระมัดระวังในความเชื่อตนเองมากนัก แต่ Sephera เป็นนักเวท เมื่อความยุติธรรมจะหายไป เธอจึงต้องพึ่งเวทมนต์ เธอได้นำ Dirak และสหายนักเวทคนอื่นๆ ได้ประกาศเป็นปรปักษ์กับผู้ใช้มนต์ดำ ก่อนจะไปตั้งหลักปักฐานที่ชายแดน มีนักเวทหลายคนเข้าร่วมกับเธอ จึงทำให้เธอตั้งสภาแห่งเวทมนต์แห่งใหม่ขึ้นที่ Carano แห่งนี้ จากเมืองร้างที่ว่างเปล่า ได้กลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญไปในที่สุด และนับเป็นเวลากว่า 100 ปี แล้ว ที่ Sephera และสายน้ำของเธอ ได้คอยปกป้องเมืองนี้เอาไว้ ผู้ที่ได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ ผู้นั้นจักต้องใช้พลังเพื่อปกป้องผู้ที่ไร้พลัง

← Ryoma Sinestrea →